นอนไม่นอน ส่งผลอย่างไรกับสุขภาพ

การนอนน้อย หรือนอนไม่พอ เป็นภาวะที่ร่างกายพักผ่อนได้อย่างไม่เต็มที่ ส่งผลให้เกิดความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ ประสิทธิภาพในการทำงาน และสติปัญญาได้ นอกจากนี้การนอนน้อย ยังเป็นที่มาของโรคร้ายบางชนิด ที่คุณสามารถเป็นได้โดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายคุณต่ำลง เปิดโอกาสให้โรคภัยต่างๆ มาเยือนได้ง่ายมากขึ้น มาดูกันดีกว่าว่า การนอนน้อยหรือนอนไม่พอ เสี่ยงที่จะเป็นโรคชนิดใดได้บ้าง

1. โรคมะเร็งลำไส้

รู้หรือไม่ว่าการนอนไม่พอ เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้ โดยผลการวิจัยที่ทำการศึกษาผู้คนต่างอายุ ต่างเพศ จำนวน 1,240 คน พบว่า คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีโอกาสมากถึง 47% ในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ มากกว่ากลุ่มคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง

2. โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด

การนอนไม่พอหรือการนอนดึกติดต่อกัน เป็นต้นเหตุทำให้บริเวณหลอดเลือดหัวใจมีปริมาณโปรตีนเข้ามายึดเกาะมากกว่าปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน นำไปสู่โรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดได้

3. โรคเบาหวาน

ร่างกายของคนเราจะมีปริมาณกลูโคสในเลือดเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว หากพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงระดับอินซูลินในเลือดก็จะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้

4. โรคซึมเศร้า

ภาวะนอนไม่หลับ นอกจากจะนำมาสู่โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบอวัยวะภายในต่างๆ แล้ว ยังส่งผลถึงสภาพจิตใจด้วยเช่นกัน เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้ที่นอนไม่หลับ หรือนอนน้อย มักจะมีปัญหาความวิตกกังวลเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้ โดยภาวะนอนไม่หลับถือเป็นหนึ่งในอาการลำดับต้นๆ ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั่นเอง

5. โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การนอนน้อย เป็นสาเหตุที่ทำให้ฮอร์โมเทสเทอสโทโรนต่ำลง ส่งผลให้ความต้องการทางเพศต่ำลงตามไปด้วย อีกทั้งการนอนน้อยก็ยังทำให้การหลั่งฮอร์โมนสืบพันธุ์ออกมาได้ค่อนข้างน้อยเช่นเดียวกัน จึงทำให้มีลูกได้ยาก

6. โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง

หากคุณปล่อยให้อาการนอนไม่หลับ นอนไม่พอ อยู่กับคุณนานๆ เข้า ก็จะก่อให้เกิดโรคนอนไม่หลับเรื้อรังตามมาได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่จะรบกวนพฤติกรรมการนอนของคุณมากกว่าเดิม เพราะจะมีอาการเผลอตื่นกลางดึกบ่อยครั้งและไม่สามารถหลับได้อีกเลย ซึ่งจะทำให้กระบวนการทำงานต่างๆ ในร่างกายเกิดความผิดปกติตามไปด้วย

อาการนอนน้อย ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับภาวะนอนไม่พอ หรือนอนไม่หลับ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขและรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม หรือหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า จึงจะสามารถนอนหลับให้เป็นปกติได้ มิเช่นนั้น โรคร้ายต่างๆ อาจจะถามหาได้นั่นเอง

ดูแลสุขภาพตนเองด้วย 10 วิธีง่ายๆ ทำได้ทุกวัน

10 วิธีง่ายๆ เพื่อให้มีสุขภาพดี

ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย ถ้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพก็จะพบคำแนะนำจากหลายสำนักให้รับประทานบางอย่าง และห้ามรับประทานหลายอย่าง ไม่รู้จะเชื่อใครดีวันนี้เราเลยมีเคล็ดลับง่ายๆที่สรุปจากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาให้ทุกท่านได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพในแต่วันมาฝากค่ะ

1. การรับประทานอาหารเช้า มื้อเช้าถือว่าเป็นมื้อที่สำคัญและเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวันช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณรับประทานอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

2.เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือดจะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนมกินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียวเพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทนวิตามินและกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวันข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่าอาหารกลุ่มนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลและควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้วช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30% แต่บางท่านต้องระวังปัญหาท้องผูกจากการดื่มชา และสีฟันที่เข้มขึ้นซึ่งอาจทำให้เสียบุคลิก

8. รับประทานให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรีสีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการรับประทานอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกันมีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการรับประทานให้กับคุณด้วย

9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การรับประทานปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีนที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมองทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่ายเหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

10. เลือกรับประทานถั่วให้บ่อยขึ้นทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องรับประทานทุกวัน วันละสัก 2 ช้อนไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่าง เพราะมีทั้งโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ควรรับประทานถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรรับประทานครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูงอาจทำให้อ้วนได้

ถ้าปฏิบัติให้ได้ครบทุกข้อตามคำแนะนำข้างต้นนี้จนเป็นนิสัย สุขภาพดีๆ อยู่กับคุณไปตลอดแน่นอนค่ะ แต่ถ้าทำไม่ครบทั้ง 10 ข้อนี้ การเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และวิตามินบางชนิด ให้เหมาะสมกับความต้องการและสิ่งที่ร่างกายของแต่ละท่านขาดไป ไม่จำเป็นต้องรับประทานครบทุกอย่างเหมือนที่เพื่อนรับประทาน แต่ต้องเลือกเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น นอกจากนี้ อยากให้ทุกท่านพิจารณาถึงการเลือกซื้ออย่างชาญฉลาด โดยพิจารณาที่ฉลากข้างภาชนะบรรจุสินค้าที่ท่านเลือกมา ควรมีข้อมูลบนฉลากที่ครบถ้วน มีแหล่งผลิตที่ชัดเจน และที่สำคัญมีมาตรฐานการผลิตที่เชื่อถือได้ เพราะท่านอาจต้องเสริมวิตามินและสารอาหารเหล่านี้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน จะได้แน่ใจว่าได้รับสารอาหารตามต้องการและไม่มีสิ่งปนเปื้อนอื่นแถมไปด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ ดูแลสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้นะคะ