ปัญหาเศรษฐกิจร้านเสื้อผ้าไก่ 3 ทำยอดรายได้หลักหมื่นปัจจุบันไม่มีรายได้เข้าร้าน

         ในสถานการณ์ตอนนี้ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลเองจะออกมาประกาศให้ร้านค้าสามารถกลับมาขายสินค้ากันได้ตามปกติแล้วแต่ร้านค้าส่วนใหญ่ก็ยังประสบปัญหาว่าไม่มีลูกค้ามาซื้อสินค้าภายในร้านอย่างเช่นร้านไก่ 3 ซึ่งได้มีการโพสต์ Facebook ออกมาบรรยายสิ่งที่ตนเองกำลังจะอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นความรู้สึกท้อแท้ที่เจ้าของร้านคนนึงที่ต้องเจ็บเจอโดยทางเจ้าของร้านไก่ 3 ออกมาระบุว่าตัวเขาเองนั้น

เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจเป็นอย่างดีเพราะขายสินค้าได้เสื้อผ้ามานานหลายปีก่อนหน้านี้เขาบอกได้เลยว่าร้านค้าของเขานั้นบูมมากๆเพราะลูกค้าของเขานั้นมีมากมายหลายเชื้อชาติเลยทีเดียวลูกค้าที่มาซื้อสินค้าของเขาส่วนใหญ่นั้นจะชอบในรูปลักษณ์ของแบรนด์เสื้อผ้าที่ทางร้านออกแบบเองออกแนวตลกโปกฮา

ซึ่งลูกค้านั้นก็จะมีทั้งญี่ปุ่นเกาหลีจีนหรือแม้แต่พวกโซนยุโรปหรือพวกเวียดนามก็มีเข้ามาซื้อลูกค้าไทยก็จะมีนานๆเข้ามาซื้อทีส่วนใหญ่ลูกค้าไทยอย่างนี้จะมีการไปออกบูธแล้วก็มีการซื้อเสื้อนานๆทีถึงจะเบิร์นมาซื้อที่ร้านของไก่ 3 เองซึ่งโดยปกติแล้วทางร้านจะสามารถขายสินค้าได้กำไรวันละ 10000 บาทเลยทีเดียวแต่หลังจากที่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมีไวรัสโคโรน่าเข้ามาทำให้สินค้าภายในร้านนั้นขายแทบไม่ได้ปัจจุบันนี้ขายได้เป็น 0 บาทเป็นเจ้าของร้านเอง

ก็ได้มีการงัดทุกวิธีออกมาเพื่ออยากจะเรียกลูกค้าแล้วไม่ว่าจะเป็นการเปิดขายของออนไลน์หรือแม้แต่การลดแลกแจกแถมแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ทางการเงินของคนไทยหลายๆคนนั้นก็คงไม่ดีแล้วลูกค้าชาวต่างชาติก็ไม่สามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ทำให้ทางร้านได้รับผลกระทบมากซึ่งจริงๆแล้วทางเจ้าของร้านได้บอกว่าเขาทราบถึงปัญหาสถานการณ์เศรษฐกิจมาสักระยะแล้วเพราะตั้งแต่กลางปีที่แล้วยอดการขายสินค้าของเขานั้นตกมากโดยถ้าคิดเปอร์เซ็นต์ก็ตกไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

บางวันก็ขายของไม่ได้เลยซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะว่าบางวันก็ขายของได้ดีอยู่แต่มาตอนนี้หลังจากที่มีสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าเข้ามาและเพิ่งเปิดให้ทางร้านขายของได้ตอนนี้ร้านของไก่ 3 ไม่สามารถขายของได้เลยหลายคนไม่มีการมาบอกวิธีการ root นี่นั่นซึ่งทางร้านบอกเลยว่าทำมาหมดแล้วแต่การทำเหมือนกับคนอื่นๆนั้นไม่ใช่ว่าทุกร้านจะสามารถขายของดินได้เหมือนกันหมด

ดังนั้นสิ่งที่หลายคนออกมาแนะนำทางด้านไก่ 3 นั้นและบอกไก่ 3 ไม่ยอมทำตามเขาบอกแล้วว่าหากคุณไม่เป็นเจ้าของร้านคุณจะไม่รู้หรอกว่าตัวเขาเองนั้นพยายามเอาตัวรอดมากแค่ไหน อย่างไรก็ดีตอนนี้เขารู้สึกว่าเขารู้สึกแย่มากๆมีคนหลายๆคนได้ออกมาต่อว่าการไม่สู้ชีวิตหรือการออกมาบนเรื่องราวของเขาซึ่งเขาอยากจะบอกว่ามันเป็นธรรมดา ที่ตัวเขาเองอยากจะออกมาระบายถึงความทุกข์ในใจของเขาบ้างเขาไม่สามารถที่จะออกมาส่งพลังบวกให้กับคนอื่นได้ในขณะที่ตัวเองนั้นยังไม่ได้รู้สึกถึงพลังบวกในตัวเองเลย

 

สนับสนุนโดย  ถ่ายทอดสดหวยฮานอยวันนี้

คนขับแท็กซี่ตายคาปั้มน้ำมัน

             เมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ 2563 เวลาประมาณ 08:00 น.   เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจปากเกร็ดได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง   เลยปั้มน้ำมันดังกล่าวนั้นอยู่บนเส้นถนนแจ้งวัฒนะ    อำเภอปากเกร็ด   จังหวัดนนทบุรี  โดยสมชายคนดังกล่าวนั้นนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่คันสีชมพู-ขาว  สภาพศพนั้นเป็นการนอนเสียชีวิตปกติไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

         เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพร้อมกับกู้ภัยพยายามเปิดประตูรถแสงไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากว่าประตูรถถูกล็อคจากด้านในเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้มีการใช้อุปกรณ์มางัดแงะประตูจนสามารถเปิดรถได้ภายในรถไม่มีร่องรอยความผิดปกติแต่อย่างใดสภาพศพของผู้เสียชีวิตนั้นเป็นการนอนหลับปกติโดยมีการปรับเอนเบาะนอน   

         ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นหลักฐานภายในรถแท็กซี่พบว่าชายคนดังกล่าวนั้นคือนายสมภพ  มิ่งพันธ์ สำหรับการเสียชีวิตในครั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเสียชีวิตเนื่องจากว่ามีโรคประจำตัวเนื่องจากเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันมาทำการตรวจสอบพบว่าแท็กซี่ของนายสมภพนั้นขับมาจอดที่บริเวณหน้าห้องน้ำหลังจากนั้นนายสมภพก็เดินเข้าห้องน้ำตามปกติ

           ซึ่งภายในกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่านายสมภพเดินเข้าออกห้องน้ำอยู่ประมาณ 2 ครั้งหลังจากนั้นก็กลับมานอนที่รถและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้นจนรุ่งเช้าเด็กปั๊มน้ำมันเห็นความผิดปกติเนื่องจากว่ารถแท็กซี่จอดอยู่นานแล้วจึงได้เข้ามาดู  และพอเรียกแล้วไม่มีการตอบสนองจึงไม่มีการประสานงานให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยดูยังจุดเกิดเหตุนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลทำการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง  

           แต่จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวที่จะอยู่นั้นมีการล็อคกระจกและประตูมิดชิดรวมถึงไม่ได้มีการสตาร์ทเครื่องเอาไว้ทำให้อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นขาดอากาศหายใจขณะที่นอนหลับอยู่ในรถเนื่องจากว่าไม่ได้มีการเปิดกระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อีกทั้งไม่ได้มีการเปิดแอร์เอาไว้จึงเป็นไปได้ว่าระหว่างที่นอนหลับนั้นไม่มีอากาศหายใจและนอนหลับจนตายนั่นเอง  ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่านายสมภพอาจจะตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายด้วยการปิดกระจกรถนอนหลับก็เป็นไปได้

     ซึ่งสำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นคงต้องรอผลการชันสูตรจากทางโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งว่าในที่สุดแล้วนายสมภพเสียชีวิตจากการมีโรคประจำตัวหรือว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจกันแน่

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

รูปปั้นในประเทศเกาหลีใต้ จ่อส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

              กำลังมีข้อพิพาทคุยกันเกิดขึ้นระหว่างประเทศเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่นกรณีที่ประเทศเกาหลีใต้นั้นได้มีการนำรูปปั้นชายหญิงคู่หนึ่งมาตั้งไว้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งโดยรูปปั้นดังกล่าวนั้นจะเป็นรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งมีการระบุว่ารูปปั้นผู้หญิงนั้นเป็นรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นโสเภณีในขณะที่รูปปั้นผู้ชายนั้นอยู่ในลักษณะของการคุกเข่าก้มหัวอยู่กับพื้นให้กับรูปปั้นผู้หญิงรูปปั้นผู้ชายนั้น

ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแต่ไม่ได้ระบุว่าอยู่ตำแหน่งไหนซึ่งเมื่อมีคนไปมองดูหน้าตาของรูปปั้นผู้ชายนั้นทุกคนต่างก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าตาคล้ายกับรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นคนปัจจุบันนั่นก็คือ นาย อาเบะนั่นเอง และเมื่อเรื่องราวที่ถูกแชร์ขึ้นมาเป็นเรื่องราวที่มีการพูดถึงกันเป็นอย่างมาก

โฆษกของรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกันว่าการนำรูปปั้นดังกล่าวมาตั้งไว้นั้นจะไม่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นหากลูกบ้านดังกล่าวนั้นไม่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นแต่ถ้าหากมีการนำแบบอย่างจากหน้าตาของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมาสร้างเป็นรูปปั้นผู้ชายแล้วจะเกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศอย่างแน่นอนสำหรับรูปปั้นที่มีการนำมาวางไว้ในสวนสาธารณะนั้นผู้ที่รังสรรค์ผลงานได้ออกมาพูดถึงรูปปั้นนี้ว่าเขาตั้งใจที่จะปั้นรูปปั้นดีขึ้นมา

โดยให้ฝ่ายหญิงนั้นเป็นตัวแทนของเด็กหญิงโสเภณีจากทุกประเทศทั่วโลกซึ่งในช่วงสงครามโลกนั้นถูกจับตัวมาให้บำเรอกามทหารของประเทศญี่ปุ่นและรูปปั้นผู้ชายนั้นทางผู้ที่ปั้นผลงานนี้ขึ้นมาไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นโดยมีการระบุว่าจะเป็นใครก็ได้ที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีอำนาจมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตของประเทศญี่ปุ่นออกมาคุกเข่าขอโทษเด็กผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวมาในช่วงสงครามโลกเท่านั้น

        สำหรับเรื่องราวของรูปปั้นในครั้งนี้หลายฝ่ายมองว่าน่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแน่นอนซึ่งความหมายของรูปปั้นได้มีการพูดการที่ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตคนอย่างในประเทศญี่ปุ่นก้มหัวขอโทษหญิงสาวของคนเกาหลีแน่นอนว่าในมุมมองของคนญี่ปุ่นเองก็คงจะไม่พอใจกับการนำรูปปั้นนี้มาวางไว้

ซึ่งถ้าหากว่ารูปปั้นผู้ชายไม่ได้หน้าตาเหมือนกับนายกรัฐมนตรี  อาเบะก็อาจจะไม่กระทบความรุนแรงถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมากขนาดนี้แต่หากใครได้เห็นผลงานจริงๆก็จะรู้ว่านี่คือการนำหน้าตาของนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นคนปัจจุบันมาเป็นแบบในการปั้นเชื่อว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี