คนขับแท็กซี่ตายคาปั้มน้ำมัน

             เมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายนปีพ.ศ 2563 เวลาประมาณ 08:00 น.   เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจปากเกร็ดได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง   เลยปั้มน้ำมันดังกล่าวนั้นอยู่บนเส้นถนนแจ้งวัฒนะ    อำเภอปากเกร็ด   จังหวัดนนทบุรี  โดยสมชายคนดังกล่าวนั้นนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่คันสีชมพู-ขาว  สภาพศพนั้นเป็นการนอนเสียชีวิตปกติไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

         เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพร้อมกับกู้ภัยพยายามเปิดประตูรถแสงไม่สามารถเปิดได้เนื่องจากว่าประตูรถถูกล็อคจากด้านในเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้มีการใช้อุปกรณ์มางัดแงะประตูจนสามารถเปิดรถได้ภายในรถไม่มีร่องรอยความผิดปกติแต่อย่างใดสภาพศพของผู้เสียชีวิตนั้นเป็นการนอนหลับปกติโดยมีการปรับเอนเบาะนอน   

         ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการค้นหลักฐานภายในรถแท็กซี่พบว่าชายคนดังกล่าวนั้นคือนายสมภพ  มิ่งพันธ์ สำหรับการเสียชีวิตในครั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจจะเสียชีวิตเนื่องจากว่ามีโรคประจำตัวเนื่องจากเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการขอกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันมาทำการตรวจสอบพบว่าแท็กซี่ของนายสมภพนั้นขับมาจอดที่บริเวณหน้าห้องน้ำหลังจากนั้นนายสมภพก็เดินเข้าห้องน้ำตามปกติ

           ซึ่งภายในกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่านายสมภพเดินเข้าออกห้องน้ำอยู่ประมาณ 2 ครั้งหลังจากนั้นก็กลับมานอนที่รถและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้นจนรุ่งเช้าเด็กปั๊มน้ำมันเห็นความผิดปกติเนื่องจากว่ารถแท็กซี่จอดอยู่นานแล้วจึงได้เข้ามาดู  และพอเรียกแล้วไม่มีการตอบสนองจึงไม่มีการประสานงานให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยดูยังจุดเกิดเหตุนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างของผู้เสียชีวิตไปที่โรงพยาบาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลทำการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง  

           แต่จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวที่จะอยู่นั้นมีการล็อคกระจกและประตูมิดชิดรวมถึงไม่ได้มีการสตาร์ทเครื่องเอาไว้ทำให้อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้เสียชีวิตนั้นขาดอากาศหายใจขณะที่นอนหลับอยู่ในรถเนื่องจากว่าไม่ได้มีการเปิดกระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อีกทั้งไม่ได้มีการเปิดแอร์เอาไว้จึงเป็นไปได้ว่าระหว่างที่นอนหลับนั้นไม่มีอากาศหายใจและนอนหลับจนตายนั่นเอง  ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่านายสมภพอาจจะตั้งใจที่จะฆ่าตัวตายด้วยการปิดกระจกรถนอนหลับก็เป็นไปได้

     ซึ่งสำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้นคงต้องรอผลการชันสูตรจากทางโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่งว่าในที่สุดแล้วนายสมภพเสียชีวิตจากการมีโรคประจำตัวหรือว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจกันแน่

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยจับยี่กี

รูปปั้นในประเทศเกาหลีใต้ จ่อส่งผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

              กำลังมีข้อพิพาทคุยกันเกิดขึ้นระหว่างประเทศเกาหลีใต้และประเทศญี่ปุ่นกรณีที่ประเทศเกาหลีใต้นั้นได้มีการนำรูปปั้นชายหญิงคู่หนึ่งมาตั้งไว้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งโดยรูปปั้นดังกล่าวนั้นจะเป็นรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งมีการระบุว่ารูปปั้นผู้หญิงนั้นเป็นรูปปั้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นโสเภณีในขณะที่รูปปั้นผู้ชายนั้นอยู่ในลักษณะของการคุกเข่าก้มหัวอยู่กับพื้นให้กับรูปปั้นผู้หญิงรูปปั้นผู้ชายนั้น

ถูกระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแต่ไม่ได้ระบุว่าอยู่ตำแหน่งไหนซึ่งเมื่อมีคนไปมองดูหน้าตาของรูปปั้นผู้ชายนั้นทุกคนต่างก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าตาคล้ายกับรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นคนปัจจุบันนั่นก็คือ นาย อาเบะนั่นเอง และเมื่อเรื่องราวที่ถูกแชร์ขึ้นมาเป็นเรื่องราวที่มีการพูดถึงกันเป็นอย่างมาก

โฆษกของรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกันว่าการนำรูปปั้นดังกล่าวมาตั้งไว้นั้นจะไม่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นหากลูกบ้านดังกล่าวนั้นไม่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นแต่ถ้าหากมีการนำแบบอย่างจากหน้าตาของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมาสร้างเป็นรูปปั้นผู้ชายแล้วจะเกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศอย่างแน่นอนสำหรับรูปปั้นที่มีการนำมาวางไว้ในสวนสาธารณะนั้นผู้ที่รังสรรค์ผลงานได้ออกมาพูดถึงรูปปั้นนี้ว่าเขาตั้งใจที่จะปั้นรูปปั้นดีขึ้นมา

โดยให้ฝ่ายหญิงนั้นเป็นตัวแทนของเด็กหญิงโสเภณีจากทุกประเทศทั่วโลกซึ่งในช่วงสงครามโลกนั้นถูกจับตัวมาให้บำเรอกามทหารของประเทศญี่ปุ่นและรูปปั้นผู้ชายนั้นทางผู้ที่ปั้นผลงานนี้ขึ้นมาไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นโดยมีการระบุว่าจะเป็นใครก็ได้ที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีอำนาจมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตของประเทศญี่ปุ่นออกมาคุกเข่าขอโทษเด็กผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวมาในช่วงสงครามโลกเท่านั้น

        สำหรับเรื่องราวของรูปปั้นในครั้งนี้หลายฝ่ายมองว่าน่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแน่นอนซึ่งความหมายของรูปปั้นได้มีการพูดการที่ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตคนอย่างในประเทศญี่ปุ่นก้มหัวขอโทษหญิงสาวของคนเกาหลีแน่นอนว่าในมุมมองของคนญี่ปุ่นเองก็คงจะไม่พอใจกับการนำรูปปั้นนี้มาวางไว้

ซึ่งถ้าหากว่ารูปปั้นผู้ชายไม่ได้หน้าตาเหมือนกับนายกรัฐมนตรี  อาเบะก็อาจจะไม่กระทบความรุนแรงถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมากขนาดนี้แต่หากใครได้เห็นผลงานจริงๆก็จะรู้ว่านี่คือการนำหน้าตาของนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่นคนปัจจุบันมาเป็นแบบในการปั้นเชื่อว่าปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี